Pip คืออะไร? เจาะลึกหัวใจสำคัญของการเทรด Forex
BY TIOmarkets (ไทยi)
|มกราคม 14, 2569ยินดีต้อนรับสู่โลกของการเทรด Forex ที่ซึ่งทุกการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของอัตราแลกเปลี่ยนล้วนมีความหมาย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจแนวคิดเรื่อง "Pip" และบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของมัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มือเก๋าหรือมือใหม่เพิ่งเริ่มต้น การเข้าใจเรื่อง Pip คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณโลดแล่นในตลาดค่าเงินที่มีพลวัตสูงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รู้จักกับ Pip
คำถามแรกคือ Pip คืออะไร? ในวงการ Forex คำว่า Pip ย่อมาจาก "Percentage in Point" หรือ "Price Interest Point" มันคือหน่วยวัดที่เล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงราคาในคู่สกุลเงิน โดยทั่วไปเราใช้ Pip เพื่อวัดความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงใช้คำนวณกำไรหรือขาดทุนจากการเทรด
ปกติแล้ว Pip จะแสดงอยู่ในรูปแบบทศนิยม สำหรับคู่เงินหลักส่วนใหญ่ 1 Pip จะเท่ากับ 0.0001 หรือการเปลี่ยนแปลง 1/100 ของ 1% ในอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางคู่เงิน ซึ่งเราจะอธิบายในส่วนถัดไป
การเข้าใจ Pip เป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักเทรด เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อผลกำไร ยกตัวอย่างเช่น:
- หากคุณเทรดคู่ EUR/USD
- ราคาขยับจาก 1.1500 ไปเป็น 1.1501
- การขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อยนี้เรียกว่าการขยับ 1 Pip (0.0001)
มูลค่าของเงินต่อ 1 Pip นั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขนาด Lot ที่คุณออกออเดอร์ ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรหรือขาดทุนของคุณทันที
ข้อควรระวัง ในขณะที่คู่เงินส่วนใหญ่มีทศนิยม 4 ตำแหน่ง แต่คู่เงินที่มีเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เกี่ยวข้อง จะมีทศนิยมเพียง 2 ตำแหน่ง ในกรณีของ JPY 1 Pip จะเท่ากับ 0.01 การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญมากต่อการคำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทน
ความสำคัญของ Pip ในการเทรด Forex
Pip คือตัวกำหนดชะตาการเทรดของคุณ นักเทรดจะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของ Pip เพื่อมองหาโอกาส และคำนวณอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward Ratio) ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่าของ Pip ยังแปรผันตามขนาดพอร์ตการลงทุนของคุณดังนี้:
- Standard Lot (100,000 หน่วย): 1 Pip มีมูลค่าประมาณ $10
- Mini Lot (10,000 หน่วย): 1 Pip มีมูลค่าประมาณ $1
- Micro Lot (1,000 หน่วย): 1 Pip มีมูลค่าประมาณ $0.10
ความหลากหลายของมูลค่านี้ย้ำให้เห็นว่าทำไมคุณต้องเข้าใจการทำงานของ Pip เพื่อที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงและทำกำไรได้อย่างเหมาะสม
เจาะลึกความเข้าใจเรื่อง Pip
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังเทรด EUR/USD:
- ถ้าราคาขยับจาก 1.1000 ไป 1.1001 = ขยับ 1 Pip
- ถ้าราคาขยับจาก 1.1000 ไป 1.1100 = ขยับ 100 Pips
ตัวอย่างการคำนวณกำไร/ขาดทุน:
- กำไร: ถ้าคุณ Buy ที่ 1.1000 และขายออกที่ 1.1005 คุณจะได้กำไร 5 Pips
- ขาดทุน: ถ้าคุณ Sell ที่ 1.1000 และซื้อคืนที่ 1.0990 (ราคาลง) คุณจะได้กำไร 10 Pips (แต่ถ้าราคาขึ้นสวนทาง คุณก็จะขาดทุน)
หากคุณเทรดด้วยบัญชี Standard Lot (100,000 หน่วย) การขยับเพียง 1 Pip จะหมายถึงเงิน $10 ดังนั้นกำไร 5 Pips ก็คือเงินเข้ากระเป๋า $50 นั่นเอง
วิธีคำนวณมูลค่าของ Pip
ในการคำนวณมูลค่าของ Pip คุณต้องดูคู่เงินที่เทรดและขนาด Lot โดยใช้สูตรดังนี้:
สูตร:
มูลค่า Pip = (0.0001 / อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) x ขนาดสัญญา (Trade Size)
ตัวอย่าง: เทรด EUR/USD ที่ราคา 1.1000 ด้วยขนาด 100,000 หน่วย (Standard Lot) (0.0001 / 1.1000) x 100,000 = $9.09 (โดยประมาณเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินพื้นฐาน)
อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะคำนวณตัวเลขเหล่านี้ให้คุณอัตโนมัติ แต่การรู้ที่มาที่ไปจะช่วยให้คุณวางแผน Stop Loss และ Take Profit ได้แม่นยำยิ่งขึ้น เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อ กำไรและขาดทุนของคุณ
คำว่า "Pip" ย่อมาจาก "Percentage in Point" หรือ "Price Interest Point" คือการขยับของราคาที่เล็กที่สุดตามธรรมเนียมปฏิบัติของตลาด ปกติ 1 Pip = 0.0001 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4) แต่ถ้าเป็นคู่เงินที่มี เงินเยน (JPY) จะเท่ากับ 0.01 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 2) เนื่องจากค่าเงินเยนมีตัวเลขหลักหน่วยที่ต่างออกไป
Pip ในคู่สกุลเงินต่างๆ
ย้ำกันอีกครั้งว่า Pip ในคู่เงินส่วนใหญ่ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง แต่คู่เงิน JPY (เยนญี่ปุ่น) เช่น USD/JPY จะใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง โดยที่ 1 Pip = 0.01 คุณต้องระมัดระวังให้มากเมื่อสลับไปเทรดคู่เงินเหล่านี้ เพราะวิธีการนับจุดจะเปลี่ยนไป
Pip ส่งผลต่อการเทรดอย่างไร?
จำนวน Pips ที่ได้หรือเสีย คือตัวชี้วัดผลกำไรขาดทุนโดยตรง คู่เงินที่มีความผันผวนสูง จะมีการเคลื่อนไหวของ Pip ในกรอบที่กว้างกว่า (วิ่งเยอะกว่า) ซึ่งทำกำไรได้มากแต่ก็เสี่ยงมากเช่นกัน ส่วนคู่เงินที่มีความผันผวนต่ำ จะวิ่งในกรอบแคบๆ
นักเทรดที่ประสบความสำเร็จจะเลือกคู่เงินที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของตนเอง โดยดูจากพฤติกรรมการวิ่งของ Pip ในแต่ละวัน
การใช้ Pip ในกลยุทธ์การเทรด
นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักจะนำเรื่องของ Pip มาเป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์เสมอ พวกเขาใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อระบุ จุดเข้า (Entry) และ จุดออก (Exit) ที่มีศักยภาพ โดยดูจากระยะการวิ่งของ Pip ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลราคาในอดีตและรูปแบบกราฟ นักเทรดจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าราคา (Pip) มีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ไปทางไหนต่อ และฉวยโอกาสทำกำไรจากจังหวะนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น Pip ยังเป็นหน่วยวัดสำคัญที่ใช้กำหนด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน นักเทรดจะใช้จำนวน Pip เพื่อคำนวณระยะการตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม การกำหนดระดับราคาเหล่านี้อย่างแม่นยำถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในการบริหารความเสี่ยงและปกป้องเงินทุนในพอร์ตของคุณไม่ให้เสียหายหนัก
การตั้งค่า Stop-Loss และ Take-Profit
Stop Loss และ Take Profit คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ขาดไม่ได้ ช่วยให้นักเทรดจำกัดผลขาดทุนและล็อกกำไรเข้ากระเป๋า โดยนักเทรดจะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาเป็นหน่วย Pips เพื่อกำหนดระดับเหล่านี้
Stop Loss (จุดตัดขาดทุน): คือคำสั่งที่วางไว้ ต่ำกว่า ราคาเข้า (สำหรับคำสั่งซื้อ/Buy) ระบบจะทำการปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติหากตลาดวิ่งสวนทางกับที่คุณคาดการณ์ไว้ ช่วยจำกัดความเสียหายไม่ให้บานปลายไปมากกว่าที่รับได้
Take Profit (จุดทำกำไร): ในทางกลับกัน คือคำสั่งที่วางไว้ เหนือ ราคาเข้า เพื่อปิดออเดอร์และเก็บกำไรเข้าพอร์ตทันทีเมื่อราคาตลาดวิ่งไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้
กลยุทธ์การเทรดแบบเน้นเก็บ Pip
กลยุทธ์ที่เน้นการสะสม Pip เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักเทรด Forex โดยเป้าหมายหลักคือการทำกำไรจาก การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของราคา อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะสมให้เป็นกำไรก้อนใหญ่ (ลักษณะคล้ายกับการเทรดสั้น หรือ Scalping)
นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้ มักจะต้องพึ่งพาเครื่องมือต่างๆ อย่างหนักเพื่อหาจุดเข้าและจุดออกที่ได้เปรียบที่สุด เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค (Technical Indicators) รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) และซอฟต์แวร์ช่วยเทรด EA
กลยุทธ์เหล่านี้จำเป็นต้องใช้วินัยขั้นสูง และความเข้าใจในสภาวะตลาดอย่างถ่องแท้ คุณต้องวิเคราะห์ตลาดอย่างรอบคอบและตั้งเป้าหมายกำไรที่ทำได้จริงเพื่อรักษาความสม่ำเสมอของผลกำไรไว้ครับ
ข้อผิดพลาดทั่วไปเกี่ยวกับ Pip
แม้ Pip จะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายคนก็ยังพลาด เช่น สับสนค่า Pip ของ JPY ลืมไปว่าเยนญี่ปุ่นนับทศนิยมตำแหน่งที่ 2 ทำให้คำนวณความเสี่ยงผิดพลาด และ ไม่คำนึงถึงการบริหารความเสี่ยง ไม่ยอมตั้ง Stop Loss ตามระยะ Pip ที่เหมาะสม ปล่อยให้พอร์ตเสียหายเมื่อกราฟลากยาว
บทสรุป
Pip คือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการเทรด Forex มันคือหน่วยวัดที่ช่วยให้คุณวิเคราะห์ราคา คำนวณกำไร และบริหารความเสี่ยง การทำความเข้าใจ Pip อย่างถ่องแท้จะช่วยยกระดับการเทรดของคุณให้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น ดังนั้น จงจับตาดู Pip เหล่านั้นให้ดี และเทรดอย่างมีสติ
เริ่มต้นเทรดกับ TIOmarkets
ตอนนี้คุณเข้าใจความสำคัญของ Pip แล้ว ได้เวลาลงสนามจริงกับ TIOmarkets โบรกเกอร์ Forex ชั้นนำ เข้าถึงโอกาสทางการเทรดระดับโลก ด้วยความไว้วางใจจากการเทรดเดอร์มากกว่า 170,000 บัญชีในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก พร้อมแหล่งความรู้ด้านการลงทุนที่ครอบคลุมของเรา คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเทรดผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 300 รายการใน 5 ตลาดด้วยค่าธรรมเนียมต่ำสุดพิเศษ
พร้อมที่จะยกระดับประสบการณ์การเทรดของคุณแล้วหรือยัง? เปิดบัญชีเทรดกับ TIOmarkets วันนี้ และเริ่มต้นเทรดไปพร้อมกับเรา!

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง
Join us on social media

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
Related Posts





